แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม
แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม
ชุมชนบ้านคอเอน

ชุมชน บ้านคอเอนได้ก่อตั้งวิสาหกิจชุมชนคอเอนมินดาพัฒนาขึ้นเพื่อผลิตผ้าบาติก ที่มีการวาดลวดลายและลงสีสันอันประณีตงดงาม ให้เลือกชมและอุดหนุนสินค้าชุมชน ทั้งเสื้อเชิ้ตแบบแขนสั้นและแขนยาว ผ้าบาติกแบบผูกเอวของคุณผู้หญิง ตลอดจนผ้าปาเต๊ะ และชุดโสร่ง ที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของคนในชุมชนชาวมุสลิม
ชุมชนไม้ขาว
บริเวณ หาดไม้ขาวที่ตั้งรีสอร์ทหรูระดับ 5 ดาวในปัจจุบัน มีเรื่องราวของเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่ทั้งเต่าหญ้า เต่าตนุ เต่าตาแดง เต่ากระ และเต่ามะเฟืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ที่บอกเล่ามาแต่อดีต เช่นเดียวกับหาดต่างๆ บนเกาะภูเก็ต เช่น หาดทรายแก้ว หาดในยาง หาดบางเทา หาดกะตะ หาดกะรน ไปจนถึงหาดป่าตองที่ในสมัยก่อนยังสงบเงียบปราศจากสิ่งรบกวน จนกระทั่งความเจริญรุกคืบเข้ามา ทำให้เต่าขึ้นมาวางไข่น้อยลง เหลือเพียงที่หาดไม้ขาวเท่านั้น ชาวภูเก็ตจึงได้ตระหนักถึงความสำคัญในการอนุรักษ์เต่า และจัดตั้งโครงการอนุรักษ์เต่าทะเลขึ้นที่บ้านไม้ขาว โดยการรวบรวมไข่เต่ามาเพาะฟักและปล่อยลงทะเล มีการจัดงานประเพณีปล่อยเต่าในวันที่ 13 เมษายนของทุกปีด้วย โดยความร่วมมือของสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน จังหวัดภูเก็ต ผู้ประกอบการรีสอร์ทและชาวบ้านไม้ขาว
ชุมชนบางโรง
เป็นชุมชนที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์สมัยเมืองถลางและมีทรัพยากร ธรรมชาติป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ ชุมชนหลากสัญชาติได้เข้ามาติดต่อค้าขายทางเรือสำเภาบริเวณนี้ จนกระทั่งพม่ายกทัพมาตีสมัยสงคราม 9 ทัพที่เมืองถลางแตก และผู้คนหลบหลี้หนีหายไปมาก เหลือเพียงชาวมุสลิมที่หลบเข้าป่าบริเวณเขาพระแทวรอจนสงครามสงบจึงกลับมา ตั้งถิ่นฐานที่เดิม
ชุมชนบ้านแขนน
บ้านแขนนหมู่บ้านเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา ที่มีประวัติศาสตร์เกี่ยวข้องกับวีรสตรีไทยท้าวเทพกษัตรี – ท้าวศรีสุนทร จากการระดมพลกันบูรณะวัดร้าง เมื่อปี พ.ศ.2537 ได้นำพาให้เกิดการรวบรวมและฟื้นฟูวัฒนธรรมท้องถิ่นขึ้นมา ทั้งอาหารพื้นถิ่น พิธีบวงสรวง ดนตรี และการแสดงโบราณต่างๆ อีกหลายอย่าง จนกระทั่งวัดแขนนมีสภาพเป็นวัดที่สมบูรณ์ดั่งเช่นทุกวันนี้ ชาวบ้านที่เคยทำงานร่วมกันมา 7 ปี จึงมีแนวคิดที่จะหาสถานที่ใหม่เพื่อรวมกลุ่มกันทำกิจกรรม จึงใช้พื้นที่สวนยาง 6 ไร่ของ ว่าที่ ร.ต.ไตรบัญญัติ หัวหน้าคณะฟื้นฟูพื้นที่วัดร้าง เป็นศูนย์กลางตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 จนก่อเกิดเป็นหมู่บ้านวัฒนธรรมถลาง ที่สืบสานและอนุรักษ์วัฒนธรรมชาวเมืองถลางดั้งเดิมไว้ ให้ชนรุ่นหลังได้สืบทอดต่อไป
ชุมชนป่าคลอก
เป็นที่ตั้งของป่าชายเลนผืนใหญ่และแหล่งหญ้าทะเลที่อุดมสมบูรณ์ ของจ.ภูเก็ต ได้มีการจัดตั้งกลุ่มอนุรักษ์บ้านป่าคลอก และกลุ่มท่องเที่ยวเชิงนิเวศบ้านป่าคลอกขึ้น เพื่อฟื้นฟูและจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้มีความสมบูรณ์ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านแหล่งอาหาร และความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชุมชนประมงพื้นบ้าน รวมทั้งร่วมกันรักษาความหลายหลากทางชีวภาพของระบบนิเวศชายฝั่งทะเล และพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ให้แก่ประชาชนรุ่นลูกหลานต่อไป
ชุมชนบ้านกมลา
ชุมชน ไทย-มุสลิม ประชากรส่วนใหญ่ ร้อยละ 85 นับถือศาสนาอิสลาม ส่วนน้อยนับถือศาสนาพุทธ ปัจจุบันมีการขยายตัวของการท่องเที่ยวเข้ามา พื้นที่ราบที่เคยเป็นผืนนาหลายแห่งถูกเปลี่ยนเป็นที่พักรองรับนักท่องเที่ยว บ้านกมลาจึงได้จัดตั้งศูนย์อบรมจริยธรรมศาสนาอิสลาม ขึ้นให้เยาวชนได้เข้ามาเรียนรู้แนวทางการปฏิบัติตนตามหลักศาสนา และมีการรวมกลุ่มกลุ่มจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ชุมชน เพื่อให้กลุ่มแม่บ้านเข้าไปสอนทำขนมพื้นบ้าน สอนการสานใบมะพร้าวสำหรับเป็นกระทงใส่ขนมต้มใบมะพร้าว ปลูกฝังให้เยาวชนรุ่นใหม่เกิดความรักในภูมิปัญญาท้องถิ่นและร่วมรักษาให้คง อยู่คู่ชุมชนต่อไป
ชุมชนกะทู้
ชุมชนที่ผสมผสานกันระหว่างชาวไทย – จีน อยู่บนพื้นที่ที่ไม่ติดทะเล คล้ายแอ่งกระทะ มีประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐานที่ยาวนาน เนื่องจากเป็นแหล่งดีบุกที่อุดมสมบูรณ์ มีชาวจีนเข้ามาอาศัยทำเหมืองแร่ดีบุกอยู่เป็นจำนวนมาก ต่อมายุคหนึ่งมีโรคระบาดเกิดขึ้นจึงได้ใช้โรงงิ้วเป็นสถานที่บวงสรวงแบบจีน ให้โรคเหล่านี้ได้หมดไป โดยหนึ่งในพิธีการ คือ การ “กินผัก” จนสืบทอดกลายเป็นที่มาของประเพณีถือศีลกินผัก (เจียะฉ่าย) ของชาวกะทู้
ชุมชนเมืองเก่าภูเก็ต
ผ่านเข้าไปในย่านเมืองเก่าภูเก็ตจะสะดุดตากับตึกแถวแบบโบราณเรียงรายสองฝั่งถนน ที่เป็นร่องรอยประวัติศาสตร์อันรุ่งเรืองสมัยรัชกาลที่ 5 ที่การทำเหมืองแร่เฟื่องฟู ให้ได้สัมผัสเสน่ห์สถาปัตยกรรมชิโน-โปรตุกีส และชมความงดงามแบบคลาสสิค ปัจจุบันเทศบาลนครภูเก็ตและชุมชนได้ร่วมกันส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยจัดเป็นเส้นทางเดินชมเมืองเก่าภูเก็ต มีระยะทางประมาณ 4.6 กม. แบ่งเส้นทางการเดินเป็น 6 ช่วง
ช่วงที่ 1 ถ.ภูเก็ต ถ.รัษฎาและถ.ระนอง
ช่วงที่ 2 ถ.พังงา ถ.ภูเก็ต และถ.มนตรี
ช่วงที่ 3 ถ.ถลาง
ช่วงที่ 4 ถ.กระบี่ และถ.สตูล
ช่วงที่ 5 ถ.ดีบุก ถ.เยาวราช ตรอกสุ่นอุทิศ และซอยรมณีย์
ช่วงที่ 6 ถ.เทพกระษัตรี
สถาปัตยกรรม ชิโนโปรตุกีส (Sino-Portuguese) มาจากคำว่า ชิโน หมายถึง จีน ส่วนโปรตุกีสหมายถึง ยุโรป (โปรตุเกส อังกฤษ ฮอลันดา ฝรั่งเศส) แบ่งเป็น 2 รูปแบบใหญ่ๆ คือ
1.ตึกแถว ที่คนภูเก็ตเรียกว่า “เตียมฉู่” อาคารพักอาศัยกึ่งพาณิชย์ลักษณะลึกและแคบ มีทางเดินด้านหน้าที่เรียกว่า “หง่อคาขี่”
2.อั่ง ม้อหลาว หรือคฤหาสน์ของนายเหมืองชาวจีน อั่งม้อ แปลว่า ฝรั่งหรือชาวต่างชาติ หลาว แปลว่า ตึกคอนกรีต บางแห่งได้แปรเปลี่ยนเป็นร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ แต่ก็ยังคงรูปแบบของสถาปัตยกรรมในอดีตอันทรงคุณค่า
กลุ่มวิสาหกิจชุมชนราไวย์-บ้านบางคณฑี
บริเวณ หาดราไวย์มีชุมชนที่รวมกลุ่มกันทำเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน สร้างผลิตภัณฑ์และบริการที่มาจากภูมิปัญญาท้องถิ่นที่น่าสนใจ เช่น น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ผ้าปาเต๊ะปักเลื่อม ผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าว นวดสปามุสลิม
ชุมชนไทยใหม่ ประมงพื้นบ้านราไวย์
เป็นถิ่นอาศัยของชาวเลหรือที่เรียกกันว่าชาวไทยใหม่ กลุ่มอูรักลาโว้ย ที่นี่จะได้พบกับวิถีชีวิตชาวเลที่ยังคงอาชีพจับกุ้งหอยปูปลา ดูการแกะอวน และนำอาหารทะเลสด ๆ มาวางขายตามแผง ให้ได้จับจ่ายอย่างสนุกสนาน ราคาก็ถูกกว่าท้องตลาด และมีของที่ระลึกที่ทำจากเปลือกหอยฝีมือชาวเลด้วย
ชุมชนบ้านบ่อแร่ คลองมุดง
คลองมุดงเป็นคลองสายเล็กๆ ใน จ.ภูเก็ต ที่ยังมีผืนป่าชายเลนที่สมบูรณ์หลงเหลืออยู่ ผสมผสานกับวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านอันเรียบง่ายของชาวบ้านบ่อแร่ ชุมชนมุสลิมที่มีมัสยิดกียามุตดีน (มัสยิดบ่อแร่) เป็นศูนย์รวมจิตใจและกระทำพิธีทางศาสนา











ความคิดเห็น