ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19
ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19
1.ผลกระทบด้านการจ้างงาน
แม้ว่านักเศรษฐศาสตร์ ประเมินว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยได้ ผ่านจุด ต่่าสุดไปแล้วในช่วงไตรมาสสองที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่เราล็อกดาวน์ กิจกรรมทาง เศรษฐกิจและสังคมของประเทศ แต่ขณะเดียวกันการระบาดระลอก ใหม่จากพื้นที่จ.สมุทรสาครที่ยังคงขยายตัวเพิ่มขึ้นท่ามกลางการจับตาถึงมาตรการ ที่รัฐบาลจะน่ามาใช้ในระยะต่อไป ท่าให้สถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนสูง
อย่างไรก็ดี จากบทความของธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง “ผลกระทบโควิด-19 ต่อผลแรงงานไทย” (โดย ดร.มณฑลี กปิลกาญจน์, นางสาวพรชนก เทพขาม, นางสาวนันทนิตย์ ทองศรี ธนาคารแห่งประเทศไทย และ นางสาวพัชยา-เลาสุทแสน ส่านักงาน สถิติแห่งชาติ) ได้น่าเสนอข้อมูลเพื่อให้น่ามาเป็นแนวทาง ในการวิเคราะห์แนวโน้มต่อไป
"ตัวเลขการจ้างงานเปลี่ยนแปลงช้ากว่าสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป เมื่อเศรษฐกิจ ไม่ดีนายจ้างจึงพยายามรักษาลูกจ้างไว้โดยลดชั่วโมงการท่างานก่อน เมื่อมีความ จ่าเป็นจึงค่อยเลิกจ้าง"
ข้อมูลการส่ารวจภาวะการมีงานท่าของประชากรโดยส่านักงานสถิติแห่งชาติ พบว่ามีผู้ว่างงานกว่า 7.5 แสนคน ซึ่งสูงกว่าปีก่อนในช่วงเวลาเดียวกันถึงเกือบ เท่าตัว ส่วนผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมที่ขอรับสิทธิประโยชน์กรณีว่างงาน ตามมาตรา 38 ก็เพิ่มสูงขึ้นไปที่ประมาณ 3 แสนคน ทั้งนี้ คนส่วนใหญ่อาจรู้สึกถึง ความรุนแรงของผลกระทบและประเมินไว้ก่อนหน้าว่าจะมีผู้ได้รับผลกระทบหลาย ล้านคน จึงมีความสงสัยว่าตัวเลขการว่างงานของไทยที่จัดท่าบนฐานของการ ส่ารวจอาจครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบน้อยกว่าความเป็นจริง
อย่างไรก็ดี โครงสร้างตลาดแรงงานไทยมีลักษณะที่นายจ้างมักปรับตัวโดยการ ปรับเปลี่ยนชั่วโมงการท่างาน มากกว่าการเพิ่มหรือลดคนงานแบบฉับพลัน ส่วน หนึ่งอาจมาจากการหาแรงงานที่มีทักษะเหมาะสมกับงานนั้นท่าได้ยากหรืออยู่กัน มานานแบบครอบครัว ส่งผลให้ตัวเลขการจ้างงานเปลี่ยนแปลงช้ากว่าสภาวะ เศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป เมื่อเศรษฐกิจไม่ดีนายจ้างจึงพยายามรักษาลูกจ้างไว้โดยลด ชั่วโมงการท่างานก่อน เมื่อมีความจ่าเป็นจึงค่อยเลิกจ้าง
เครื่องชี้หนึ่งที่สอดคล้องกับบริบทในปัจจุบัน คือ ตัวเลขผู้เสมือนว่างงาน หรือผู้ที่ ท่างานไม่ถึง 4 ชั่วโมงต่อวัน (รายละเอียดในบทความในกรอบ: ส่องตลาดแรงงาน ไทย...ฟื้นตัวแค่ไหนหลังเปิดเมือง รายงานนโยบายการเงิน กันยายน 2563) ในไตร มาสสองมีจ่านวนสูงถึง 5.4 ล้านคนเพิ่มขึ้นถึง 3.4 ล้านคนจากระยะเดียวกันปีก่อนซึ่งการที่แรงงานกลุ่มนี้ยังมีงานท่าแต่มีชั่วโมงท่างานอยู่ในระดับต่่าสะท้อนความ เปราะบางของตลาดแรงงานไทย ที่แม้หลายธุรกิจพยายามประคับประคองธุรกิจไว้ ไม่เลิกจ้างไปซะทีเดียว แต่ใช้วิธีลดเวลาการท่างาน แรงงานกลุ่มนี้จึงอาจได้รับ ผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงตามชั่วโมงการท่างาน และหากเศรษฐกิจฟื้นตัวได้ช้า จนส่งผลให้หลายธุรกิจต้องปิดตัวลงไปในที่สุด กลุ่มคนที่เสมือนว่างงานก็จะเปลี่ยน สถานภาพไปเป็นผู้ว่างงานได้
"แท้จริงแล้วแรงงานไทยยังอยู่ในระบบประกันสังคมเพียงหนึ่งในสามของแรงงาน ทั้งหมด ท่าให้เมื่อเกิดเหตุวิกฤตภาครัฐจึงต้องใช้งบประมาณในการเยียวยาเป็น จ่านวนมาก"
ทั้งนี้ รัฐจึงมีมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบดังกล่าว โดยมุ่งเน้นการโอนเงิน เยียวยาในช่วงที่มีการล็อกดาวน์ ซึ่งด่าเนินการได้ครอบคลุม โดยผู้ประกันตนใน ระบบประกันสังคมที่ว่างงานจะได้รับเงินสิทธิประโยชน์และส่าหรับผู้ประกันตนที่
ยังมีงานท่าแต่ได้รับผลกระทบจะสามารถใช้สิทธิ์เหตุสุดวิสัยซึ่งมีผู้มาใช้สิทธิ์กว่า 8 แสนรายในช่วงไตรมาสสอง ส่าหรับแรงงานนอกระบบประกันสังคมทั้งในและนอก ภาคเกษตรต่างก็ได้รับเงินเยียวยาเช่นเดียวกัน ซึ่งแท้จริงแล้วแรงงานไทยยังอยู่ใน ระบบประกันสังคมเพียงหนึ่งในสามของแรงงานทั้งหมด ท่าให้เมื่อเกิดเหตุวิกฤต ภาครัฐจึงต้องใช้งบประมาณในการเยียวยาเป็นจ่านวนมาก ดังนั้นการขยาย ขอบเขตโครงข่ายความคุ้มครองทางสังคมให้แรงงานเข้าสู่ระบบประกันสังคมจะ เป็นวิธีป้องกันความเสี่ยงทางเศรษฐกิจของประเทศได้ในระยะยาว
ในวิกฤตย่อมมีโอกาส แม้จะมีคนไทยที่มีชั่วโมงการท่างานต่่าลงรวมถึงกลุ่ม นักศึกษาจบใหม่ที่ต้องการหางานกว่า 2.6 แสนคนในไตรมาสสอง หากมองว่าคน เหล่านี้จะมีเวลาเหลือมากขึ้นจึงเป็นโอกาสให้สามารถยกระดับทักษะ upskill และ ปรับทักษะ reskill โดยภาครัฐควรออกแบบนโยบายยกระดับศักยภาพแรงงาน ควบคู่ไปกับการให้เงินช่วยเหลือ ซึ่งจะไม่เพียงประคับประคองให้แรงงานอยู่รอดได้ ท่ามกลางวิกฤต แต่จะท่าให้แรงงานสามารถปรับตัวเข้ากับทักษะใหม่ ๆ ที่เป็นที่ ต้องการของตลาดแรงงานในยุคปกติใหม่ ผ่านการพิจารณาหลักสูตรให้เหมาะสม
กับความต้องการของนายจ้าง และสามารถต่อยอดพื้นฐานทักษะของแรงงาน แล้ว จึงจัดสรรสถาบันฝึกอบรมทั้งในห้องเรียนและออนไลน์ ตลอดจนสร้างแรงจูงใจให้ แรงงานเข้ารับการฝึกอบรม ซึ่งการออกแบบมาตรการเหล่านี้จะต้องอาศัย ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงข้อมูลการศึกษา การท่างาน และการได้รับ สวัสดิการจากภาครัฐ
การจ่าแนกตัวเลขผลกระทบของโควิด 19 ที่มีต่อตลาดแรงงานไทย มีนัยส่าคัญต่อ การด่าเนินนโยบายเศรษฐกิจเป็นอย่างยิ่ง โดยหลายหน่วยงานภาครัฐ เช่น กระทรวงแรงงาน กระทรวงการคลัง ส่านักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ และธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ใช้ข้อมูลเชิงลึกในรายละเอียด เพื่อ ออกแบบมาตรการการช่วยเหลือที่ทันกาล ครอบคลุม และตรงจุด ทั้งในมิติการ คลัง การเงิน และการสร้างงานให้มีความเพียงพอรองรับผู้ได้รับผลกระทบ
โดยสรุปแล้ว ข้อมูลจากส่านักงานสถิติแห่งชาติและส่านักงานประกันสังคม สะท้อนว่าแรงงานได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด 19 มาก โดยโครงสร้าง ตลาดแรงงานไทยที่ผู้ประกอบการมีความระมัดระวังในการเปลี่ยนแปลงการจ้าง งานอาจท่าให้ตัวเลขผู้ว่างงานและผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมที่ขอรับสิทธิ ประโยชน์กรณีว่างงานปรับเพิ่มขึ้นไม่มากเท่ากับความรู้สึกของสังคม แต่ตัวเลข เสมือนว่างงานรวมถึงตัวเลขผู้ประกันตนที่ยังมีงานท่าแต่ได้รับผลกระทบและใช้ สิทธิ์เหตุสุดวิสัย แสดงให้เห็นผลกระทบในวงกว้าง ซึ่งข้อมูลจากแบบส่ารวจ ภาวะการมีงานท่าของประชากรมีส่วนส่าคัญในการเติมเต็มช่องว่างของข้อมูล แรงงานนอกระบบประกันสังคมที่ประเทศยังมีไม่มากนัก ทั้งนี้ หากเราสามารถ บูรณาการฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นจากการขึ้นทะเบียนทั้งในช่วงก่อนหน้า และในช่วงวิกฤตนี้ เช่น ข้อมูลบัตรสวัสดิการผู้มีรายได้น้อยและข้อมูลเงินช่วยเหลือ โครงการเราไม่ทิ้งกัน เป็นต้น จะช่วยให้ส่านักงานสถิติแห่งชาติสามารถให้ ความส่าคัญกับการส่ารวจเชิงลึกในส่วนที่ข้อมูลทางการยังไม่ครอบคลุม และจะ เปิดโอกาสให้ผู้ด่าเนินนโยบายเศรษฐกิจสามารถด่าเนินการเชิงรุกด้วยการให้ความ ช่วยเหลืออย่างตรงจุด เช่นเดียวกับในหลายประเทศ โดยไม่จ่าเป็นต้องรอให้ผู้ได้รับ
ผลกระทบเป็นฝ่ายขึ้นทะเบียน ซึ่งไม่เพียงท่าให้การด่าเนินการเป็นไปด้วยความ รวดเร็วและประหยัดต้นทุนในการบริหารจัดการ แต่จะเอื้อให้การปรับโครงสร้าง เศรษฐกิจและสังคมมีความต่อเนื่องและท่าให้ประเทศมีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน
2.ผลกระทบด้านการท่องเที่ยวและการบิน
จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตั้งแต่เดือน ม.ค. - ต.ค.2563 รวมทั้งสิ้น 6,692,775 คน เทียบกับปี 2019 ที่มียอด 32,582,548 คน ลดลงไปถึง -79.46 % เฉพาะนักท่องเที่ยว จากประเทศจีน ลดลงไปถึง 86.64% สาเหตุหลักมาจากการปิดประเทศ ท่าให้สายการบิน ต่าง ๆ ไม่สามารถขึ้นบินได้ตามปกติ และแม้ว่าในระยะหลังจะเริ่มมีการรับนักท่องเที่ยว พิเศษ เข้ามาประเทศไทย ภายใต้เงื่อนไขกักตัวใน ASQ (Alternative State Quarantine) สถานกักกันทางเลือกที่รัฐก่าหนด แต่ยังมีจ่านวนไม่มากเท่าไร และเมื่อมา เจอกับสถานการณ์โควิดจากตลาดกลางกุ้ง ท่าให้การเริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้า มาอีกครั้ง ต้องชะงักลงไป
- เสนอ 4 มาตรการช่วยเหลือ
“มาริสา สุโกศล หนุนภักดี” นายกสมาคมโรงแรมไทย (Thai Hotels Association : THA) ได้ให้มุมมองเอาไว้ว่า 4 เรื่องส่าคัญ ที่ต้องด่าเนินการช่วยเหลือกลุ่มธุรกิจโรงแรม และท่องเที่ยว คือ
1.เรื่องมาตรการทางการเงิน ที่ควรจะมีกองทุนเปิดเข้ามาช่วยเหลือ ผู้ประกอบการ
2.มาตรการเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเฉพาะกลุ่มมากขึ้น
3. กระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศเพิ่มขึ้น และ
4.มาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ และ บุคลากรภาคท่องเที่ยวอื่น ๆ
กิจกรรมหลายอย่างในชีวิตประจ่าวัน ไม่สามารถกระท่าได้ในช่วงการระบาด โดยเฉพาะที่ ใกล้ชิดกัน รวมกลุ่มกันจ่านวนมาก เพราะมีความเป็นห่วงเรื่องการแพร่กระจายของเชื้อโค วิด-19 มากที่สุด แม้ล่าสุดจะมีข่าวดีจากผลการศึกษาการทดลองวัคซีน จากบริษัท Pfizer ที่พัฒนาวัคซีนร่วมกับบริษัทBioNTech ออกมาแล้ว แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่า วัคซีนนี้สุดท้ายจะ มีประสิทธิผลในการป้องกันโรคอย่างไรบ้าง ซึ่งโลกก่าลังเฝ้ามองอยู่ อีกทั้งกระบวนการ กระจายของวัคซีนให้แพร่หลายทั่วโลกจะด่าเนินการได้อย่างไรบ้าง
อย่างไรก็ดี ในช่วงระหว่างรอวัคซีน มาตรการการป้องกันตนเองยังคงเป็นเรื่องส่าคัญ ไม่ ว่าจะเป็น สวมหน้ากาก ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ เว้นระยะห่าง ลดความแออัด ยังคง เป็นเครื่องมือป้องกันการติดต่อได้ดีอยู่ในระดับหนึ่ง





ความคิดเห็น