ประเพณีประจำท้องถิ่นภูเก็ต
ประเพณีประจำท้องถิ่นภูเก็ต
ประเพณีที่ปฏิบัติประจำทุกปีของจังหวัดภูเก็ต
ประเพณีตรุษจีน
เป็นการเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ของคนจีน
วันตรุษจีนตรงกับ วันแรกของเดือน 1 ของจีน หรือ เดือน 2 เดือน 3 ทางจันทรคติ มีพิธีกรรมทั้งหมด 3 วัน
ประเพณีไหว้เทวดา
เป็นการไหว้ต้อนรับ และขอบคุณเทวดาที่ช่วยพิทักษ์รักษามนุษย์ เวลาของการไหว้จะเริ่มขึ้น หลังเที่ยงคืนของ วันที่ 8 เดือน 1 ของจีนไปแล้ว หรือช่วงเวลาเริ่มต้นของ วันที่ 9 เดือน 1 ของไหว้ที่สำคัญ คือ ต้นอ้อย 2 ต้น และของคาวหวานต่าง ๆ
ประเพณีสารทจีน
เป็นเดือนที่ชาวจีนถือว่า ยมบาลมีการปล่อยภูตผี หรือวิญญาณ ต่าง ๆ ให้ออกมารับส่วนบุญประจำปี มีการไหว้บรรพบุรุษของแต่ละครอบครัว ในวันที่ 15 เดือน 7 จีน มีการ " ไป่ปั๋ว " หรือ จัดตกแต่งเครื่องเซ่นไหว้ภูตผีและวิญญาณ ด้วยการทำขนม และแกะสลักผลไม้เป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ และของ ไหว้ที่สำคัญคือ "อั่งกู้" หรือ ขนมเต่าสีแดง ทำจากแป้งข้าวเหนียว มีไส้ถั่วเหลืองกวน หรือ ทำจากแป้งสาลีไม่มีไส้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ ของอายุยืนนาน และมีการไหว้ ณ สถานที่ต่าง ๆ
ประเพณีไหว้พระจันทร์
คือการไหว้เทพเจ้าด้วยขนมไหว้พระจันทร์(ตงชิวเปี้ย) และ ขนมโก๋ ในวัน 15 ค่ำ เดือน 8 ของจีน
ประเพณีกินเจ
เป็นการถือศีลชำระจิตใจ และงดเว้นการบริโภคเนื้อสัตว์ทุกชนิด มีระยะเวลา 9 วัน เริ่มตั้งแต่ ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 9 จนกระทั่งถึง ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ของทุกปี ซึ่งอยู่ในช่วง เดือนกันยายน-ตุลาคม เป็นงานประเพณีซึ่งชาวจีนที่เข้ามาอาศัยในภูเก็ต ยึดถือปฏิติมาช้านานตั้งแต่ พ.ศ. 2368 จนถึงทุกวันนี้ จะมีพิธีกรรมต่างๆ มากมาย อาทิ พิธีอัญเชิญพระ พิธีลุยไฟ พิธีสะเดาะเคราะห์ พิธีส่งพระ เป็นต้น งานเทศกาลนี้นับเป็นงานที่ได้รับความสนใจ และเลื่อมในศรัทธาทั้งจากชาวไทย และชาวต่างประเทศมากที่สุดงานหนึ่ง
ประเพณีลอยเรือ
โดยกลุ่มชาวเลที่หาดราไวย์และบ้านสะปำ จะมีพิธีลอยเรือในวันขึ้น 13 ค่ำ กลุ่มชาวเลที่เกาะสิเหร่จะมีพิธีลอยเรือ ในวันขึ้น 14 ค่ำ และกลุ่มชาวเลที่แหลมหลา (ทางตอนเหนือของเกาะภูเก็ต) จะมีพิธีลอยเรือในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 และ เดือน 11 ซึ่งถือเป็นพิธีสะเดาะเคราะห์ของชาวเล คล้ายกับพิธีลอยกระทงของชาวไทย มีการสร้างเรือจากไม้ระกำ ตัดผมตัดเล็บ และทำตุ๊กตาไม้แทนคน ใส่ลงไปในเรือแล้วนำไปลอย เพื่อนำเอาความทุกข์โศกเคราะห์ร้ายต่างๆ ออกไปกับทะเล แล้วมีการร่ายรำรอบเรือ หรือที่เรียกว่า รำรองเง็ง นั่นเอง
ประเพณีสารทไทย (เดือนสิบ)
เป็นเดือนที่ชาวไทยมีความเชื่อว่า ยมบาลมีการปล่อยภูตผี และวิญญาณต่าง ๆ ให้ออกมารับเอาส่วนบุญ จึงมีการนำของ คาวหวานต่าง ๆ มาทำบุญและให้ทานกันที่วัด สำหรับขนมที่ สำคัญในพิธี คือ ขนมลา ขนมเทียน ขนมท่อนใต้ ขนมต้ม ฯลฯ ตรงกับวันแรม 8 ค่ำ เดือน 10 และ วันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ซึ่งแต่ละวัดจะกำหนดทำพิธีเพียงหนึ่งวัน แตกต่างกันไป
งานท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร
ตรงกับวันที่ 13 มีนาคมของทุกปี มีการจัดงานเฉลิมฉลอง มีกิจกรรมต่างๆ มากมาย เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ที่สองวีรสตรีสามารถปกป้องเมืองถลาง ให้รอดพันจากข้าศึกพม่าและสดุดีในวีรกรรมของท่าน
ประเพณีเช็งเม้ง
เป็นการรวมญาติครั้งใหญ ่เพื่อทำกิจกรรมบูชาบรรพบุรุษร่วมกัน ส่วนใหญ่จะตรงกับ วันที่ 5 เมษายน ของทุกปี แต่ในการไหว้ นั้นมีระยะเวลาที่สามารถไหว้ได้ คือ ก่อนวันที่ 5 เมษายน 10 วัน และหลังวันที่ 5 เมษายน 10 วัน
ประเพณีปล่อยเต่า
เป็นการทำบุญ และพระสวดมนต์ให้ศีลให้พรเสร็จ ก็จะมีการปล่อยเต่าลงทะเล ณ อุทยานแห่งชาติหาดไนยาง ในวันที่ 13 เมษายน ( วันสงกรานต์ ) ของทุกปี
ภูเก็ตลากูน่าไตรกีฬา
การว่ายน้ำในทะเลระยะทาง 1250 เมตร และต่อด้วย 550 เมตรในทะเลสาบบริเวณโรงแรมลากูน่า ภูเก็ต หลังจากนั้นผู้เข้าแข่งขันทุกคนจะต้องปั่นผ่านถนนในสวนยางพาราและถนนเลียบหาดในทอนและหาดบางเทา และปิดท้ายด้วยการวิ่ง 12 กิโลเมตรผ่านสนามกอล์ฟและถนนบริเวณเครือโรงแรมลากูน่า
เส้นชัยและจุดเปลี่ยนการแข่งขัน (ว่ายน้ำเป็นจักรยาน และ จักรยานเป็นวิ่ง) จะอยู่ที่บริเวณ The Laguna Grove ซึ่งเป็นพื้นที่โล่งระหว่างโรงแรม ดุสิต ลากูน่า และ โรงแรมลากูน่า บีช
โดยรวมแล้วการแข่งที่นี่เหมาะมากกับนักไตรกีฬาที่มีครอบครัวและต้องการพาครอบครัวมาพักผ่อน นอกจากนี้ในวันเสาร์เย็นยังมีงานวิ่งมินิมาราธอน ที่มีระยะการแข่งให้เลือก คือ 2, 5, 10 กิโลเมตร ที่เหมาะกับการให้สมาชิกในครอบครัวได้มีโอกาสออกกำลังกาย
งานแข่งขันเรือใบชิงถ้วยพระราชทาน
วันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี เริ่มมีขึ้นครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2530 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมายุครบ 5 รอบ และหลังจากนั้นจึงถือกำหนดจัดงานขึ้น ในช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษา ซึ่งตรงกับวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี โดยมีเรือใบจากนานาประเทศทั่วโลก เข้าร่วมการแข่งขันบริเวณหาดในหาน เพื่อชิงถ้วยพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
วัฒนธรรมการแต่งกาย
วัฒนธรรมการแต่งกายแบบ บาบ๋า
เรื่องนี้เราได้รับการไขข้อสงสัยเกี่ยวกับบาบ๋า โดยผศ. ปราณี สกุลพิพัฒน์ ผู้รอบรู้เรื่องศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของภูเก็ต และเธอเป็นบาบ๋าโดยกำเนิด ได้คลายความสงสัย พร้อมกับให้ความรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว "บาบ๋า" ก็คือ ลูกผสมที่เกิดจากพ่อเป็นชาวจีนกับแม่ที่เป็นคนท้องถิ่น การเรียกลูกผสมจีนกับคนพื้นเมืองนั้นในมาเลเซียก็ใช้เรียกว่าบาบ๋าเช่นเดียวกัน แต่มีส่วนที่แตกต่างคือชาวมาเลเซียจะเรียกลูกผสมผู้หญิงว่า ยอนย่า (Nyonya) ส่วนลูกผสมผู้ชายเรียกว่า บาบ๋า (Baba) แต่สำหรับชาวภูเก็ตจะเรียกรวมทั้งหญิงและชายที่เกิดจากพ่อจีนแม่ไทยว่า "บาบ๋า" ทั้งหมด
ย่าหยา : เอกลักษณ์สตรีภูเก็ตที่แสนจะงดงาม
หรือชาวจีนภูเก็ตเรียกว่า ปั่วตึ่งเต่ ที่แปลว่า ครึ่งสั้น ครึ่งยาว ชาวปีนังเรียกว่า ชุดเคบาย่า เป็นชุดการแต่งกายทางชาวพื้นเมืองดั้งเดิมภูเก็ต ปัจจุบันการแต่งกายชุดย่าหยา ถือว่าเป็นการแต่งกายที่งดงาม แสดงออกถึงความสวยงามของความเป็นกุลสตรีภูเก็ต
ย่าหยา หรือชาวจีนภูเก็ตเรียกว่า ปั่วตึ่งเต่ ที่แปลว่า ครึ่งสั้น ครึ่งยาว ชาวปีนังเรียกว่า ชุดเคบาย่า เป็นชุดการแต่งกายทางชาวพื้นเมืองดั้งเดิมภูเก็ต ปัจจุบันการแต่งกายชุดย่าหยา ถือว่าเป็นการแต่งกายที่งดงาม แสดงออกถึงความสวยงามของความเป็นกุลสตรีภูเก็ต ในงานสำคัญ ๆ เช่น งานบุญ งานประเพณีต่าง ๆ อาทิ งานแต่งงาน งานบวช งานประเพณีกินผัก งานวันปีใหม่ หรืองานตรุษสงกรานต์ จะมีโอกาสได้เห็นสตรีภูเก็ตแต่งกายชุดย่าหยา ที่งามสง่าน่าพิศ น่ามองเป็นที่ประทับใจยิ่งของผู้ได้พบเห็น
ปัจจุบันสตรีภูเก็ตนิยมสวมใส่ชุดย่าหยามากขึ้น ทำให้สตรีภูเก็ตมีความงามเป็นเอกลักษณ์ เป็นการสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีเฉพาะของชนชาวภูเก็ตที่ไม่มีวันจางหายไปกับ เสื้อผ้ายุคปัจจุบันที่หาเอกลักษณ์ไม่ค่อยพบ คุณค่าของย่าหยา คือคุณค่าของมรดกในวันวาน แม้จะเป็นอดีต แต่เป็นอดีตที่รุ่งเรืองมากค่าด้วยวัฒนธรรมเฉพาะถิ่น และยังส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่นไม่เคยหยุดนิ่ง

ความคิดเห็น