การแสดงและการละเล่นประจำท้องถิ่น

 การแสดงและการละเล่นประจำท้องถิ่น


อีฉุด


        เป็นการเล่นที่ใช้เศษกระเบื้องเป็นอุปกรณ์ ผู้เล่นกี่คนก็ได้ ถ้า 2 คนขึ้นไป ก็จะผลัดกันเล่นหรือเป็นกลุ่มก็จะแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม และจะมีการแข่งขันกันในระหว่างผู้เล่น แต่ถ้าเล่นคนเดียวก็จะเป็นการเล่นเพื่อสนุกสนานแก้เหงา

        วิธีเล่น ก่อนเริ่มเล่นผู้เล่นจะต้องบอกข้อตกลงหรือกติกาการเล่นให้ทุกคนเข้าใจ และการตัดสินว่าใครจะเป็นผู้เล่นก่อนหรือเล่นหลัง โดยการ ลา ลา หล้า ทุมโบ้ง หรือที่เรียกในภาษากลางว่า ชันชี” จากนั้น ผู้เล่นจะขีดเส้น และกำนหนดขอบเขตที่เล่น ผู้ที่ชนะในการ ลา ลา หล้า ทุมโบ้ง จะเริ่มเล่นก่อนโดยใช้เศษกระเบื้อง ทอย” หรือ โยน” เข้าไปในขอบเขตนั้น ผู้เล่นจะต้องเขย่งกระโดดขาเดียว และใช้ขาข้างที่เป็นหลักในการทรงตัวนั้น กระโดดเตะ หรือภาษาภูเก็ตเรียกว่า ฉุด” ให้เศษกระเบื้องนั้นเคลื่อนที่ออกมาจากเขตแดนหนึ่ง ๆ จนครบ คือ ผ่านหมดทุกเขต ถือว่าชนะ ถ้าใครเสียหลักในการทรงตัวก็ถือว่าแพ้ ต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งเล่นต่อไป และผู้เล่นคนใหม่ก็ต้องเริ่มต้นใหม่ในการทอย และเขย่งกระโดดขาเดียว เข้าไป ฉุด” กระเบื้อง ทอย” ด้วยเท้าที่กำลังเขย่งกระโดดเช่นเดิม ฝ่ายใดทำสำเร็จก่อนจะเป็นผู้ชนะ


ทอยราว

เป็นการเล่นที่นิยมเล่นในกลุ่มเด็กผู้ชาย อุปกรณ์ที่ใช้ในการเล่นได้แก่ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่ยังไม่ได้กะเทาะเมล็ดออก ไม้ไผ่ผ่าซีก ก้อนอิฐ

    วิธีเล่น ผู้เล่นจัดเรียงเม็ดมะม่วงหิมพานต์บนไม้ไผ่ผ่าซีก ซึ่งวางให้สูงจากพื้นโดยแผ่นอิฐ กำหนดระยะสำหรับให้ผู้เล่นใช้ความแม่นยำในการเล็ง และขว้างเม็ดมะม่วงที่วางอยู่บนรางไม้ไผ่ให้หล่นจากราง โดยใช้เม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่ผู้เล่นคัดเอามาใช้ขว้าง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่หล่นจากรางจะเป็นของผู้ขว้างได้ ผู้เล่นจะผลัดกันขว้างจนหมดราว เมื่อจะเล่นใหม่ก็จะนำเม็ดมะม่วงหิมพานต์มาลงกองกลางกันใหม่ เพื่อผลัดกันใช้ความแม่นยำกันอีก



หมากขุม



หมากขุมเป็นกีฬาพื้นเมือง ประเภทกีฬาในร่ม นิยมเล่นเมื่อมีเวลาว่าง 

เป็นการเล่นที่ฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์

      อุปกรณ์

    ๑. รางหมากขุม นิยมทำด้วยไม้นุ่น ไม้ทองหลาง ไม้ขนุน ทำเป็นรูปคล้ายเรือ ยาวประมาณ ๙๐ เซนติเมตร สูงประมาณ ๑๐ – ๑๓ เซนติเมตร ด้านบนขุดเป็นหลุมขนาดเท่ากันเรียงเป็น ๒ แถว เป็นหลุมกลมคล้ายหลุมขนมครก เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๘ – ๙ เซนติเมตร ลึกประมาณ ๔ – ๕ เซนติเมตร ในแต่ละแถวนิยมมี ๗ หลุม ตรงส่วนปลายของรางหมากขุม ทั้ง ๒ ข้าง มีหลุมขนาดใหญ่พิเศษข้างละหลุม มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๑๐ – ๑๓ เซนติเมตร อาจทำเป็นหลุมกลมหรือหลุมรูปสามเหลี่ยม เรียกหลุมใหญ่ทั้ง ๒ ข้างนี้ ว่า แม่เริน (แม่เรือน) หัวแม่เรินหรือหัวเมือง

    ๒. หมาก หรือลูกหมากขุม นิยมใช้เมล็ดสวาด หรือเมล็ดสวด ซึ่งมีลักษณะกลมรีเปลือกแข็งเป็นสีเทาอ่อน มีขนาดพองาม เบา ทน และดูสะอาดตา หรืออาจใช้เมล็ดพืชอย่างอื่นที่มีขนาดและลักษณะใกล้เคียงกันก็ได้ เช่น เมล็ดมะขามสุก บางทีใช้ดินเหนียวปั้นเป็นลูกธนูแล้วตากแห้ง แต่ไม่นิยม เพราะไม่ทนและเปื้อนมือง่าย ปัจจุบันนิยมใช้ลูกแก้วแทน

    วิธีการเล่น

    ๑. ผู้เล่น ๒ คน นั่งอยู่คนละข้างของรางหมากขุมหันหน้าเข้าหากัน นำหมากมาใส่หลุมในแดนของตนทุกหลุมละ ๗ เม็ด (ไม่ใส่หลุมแม่เริน)

    ๒. การเริ่มเล่นจะให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเดินก่อน หรือเดินพร้อมกันก็ได้ ฝ่ายใดเดินตายก่อนก็หยุด ให้อีกฝ่ายหนึ่งเดินต่อจนตาย แล้วผลัดให้ฝ่ายที่ตายก่อนเดินต่อไป

    ๓. การเดินหมากจะเริ่มจากหยิบหมากทั้งหมดในหลุมใดหลุมหนึ่งทางแดนหรือเมืองของตน (หลุมทางด้านตนเอง) เดินหรือวางหมากลงหลุมทีละเม็ดจากขวาไปซ้าย เมื่อผ่านหลุมแม่เรินของตน(อยู่ทางซ้ายมือ) เอาหมากขึ้นเริน (ลงหลุมแม่เรือน)ทุกครั้ง แล้วเดินเลยไปในแดนของฝ่ายตรงกันข้าม เดินไปเรื่อยๆ เมื่อถึงหลุมสุดท้ายของแดนตรงข้าม ก็เดินต่อในหลุมแรกของแดนตน (ไม่เดินหรือใส่ในหลุมแม่เรินของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งอยู่ทางขวามือของตน) เดินไปเรื่อยๆ จนกว่าหมากจะหมด โดยมีกติกา ดังนี้

    ๓.๑ ถ้าหมากเม็ดสุดท้ายตกลงหลุมที่มีหมากอยู่เดิม ให้เอาหมากทั้งหมดในหลุมนั้นเดินต่อไปได้

    ๓.๒ ถ้าหมากเม็ดสุดท้ายตกตรงหลุมที่ไม่มีหมากเหลืออยู่เลย ถือว่าการเดิน “ตาย” ต้องหยุดทันที เปลี่ยนให้ฝ่ายตรงข้ามเดินต่อไป

    ๓.๓ เมื่อผู้เดินหมากแต่ละฝ่ายเดินหมากจน “ตาย” ต้องตรวจดูว่าตายภายในแดนของตัวเองหรือไม่ ถ้าตายในแดนของตนเองตรงหลุมที่มีหมากอยู่ของฝ่ายตรงข้าม ผู้ตายจะได้ “กิน” หรือ “กินแทน” หมากในหลุมนั้นทั้งหมดของฝ่ายตรงข้ามทันที โดยนำหมากทั้งหมดนั้นไปใส่ในแม่เรินของฝ่ายตน แล้วจึงเปลี่ยนให้ฝ่ายตรงข้ามเดินต่อไป

    ๓.๔ ถ้าหมากเม็ดสุดท้ายมาตกตรงแม่เรินของฝ่ายตนพอดี ผู้นั้นยัง “ไม่ตาย” มีสิทธิ์ได้เดินต่อโดยเลือกหยิบหมากในหลุมใดหลุมหนึ่งในแดนของตนเองเพื่อ เดินต่อไป (ห้ามหยิบหมากของแดนฝ่ายตรงกันข้าม)

    ๔. เมื่อผลัดกันเดินหมากไปเรื่อยๆ จนหมากในแดนของทั้งสองฝ่ายหมด ไม่มีหมากให้เดินการแข่งขันรอบนั้นก็ยุติลง แต่ละฝ่ายนำหมากจากแม่เรินของตนเรียงใส่หลุมในแดนของตนใหม่ ฝ่ายที่เสียหมากไปมากหมากจะไม่ครบทุกหลุม (หลุมละ ๗ เม็ด) ถ้าขาดไปกี่หลุมถือว่าเป็นหม้ายไปเท่านั้นหลุม หลุมที่เป็นหม้ายจะต้องเริ่มจากหลุมแรกทางขวามือ (เริ่มหลุมที่ ๗ จากหลุมซ้ายมือ) หลุมที่เป็นหม้ายจะยกเลิกไม่ใช้เล่นในรอบใหม่ ถ้าฝ่ายใดมีหลุมที่เป็นหม้ายจำนวนมากจะเสียเปรียบคู่ต่อสู้ เพราะโอกาสที่จะกินหมากหรือกินแทนของฝ่ายตรงข้ามจะลดลง เมื่อเล่นไปเรื่อยๆ จนฝ่ายหนึ่งมีหลุมเป็นหม้ายเกือบหมด หรือจนหมดทุกหลุม ถือว่าเป็นการแพ้โดยสิ้นเชิง


หน้าถัดไป

หน้าหลัก

 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้