วัฒนธรรมการรับประทานอาหารของภูเก็ต
วัฒนธรรมการรับประทานอาหารของภูเก็ต
ไข่มุกแห่งอันดามัน สวรรค์เมืองใต้ จังหวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังจากความงดงามของผืนทะเล หาดทราย สถาปัตยกรรมแบบชิโน-โปรตุกิส และสิ่งที่ดึงดูดให้คนมาเยี่ยมชม ชิม ช็อป
ที่ไม่แพ้กันคือ “อาหารการกิน” ที่สืบทอดกันมานับร้อยปีจากคนหลายเชื้อชาติ ทั้ง ไทย จีนแผ่นดินใหญ่ แขกมลายู อินเดีย รวมถึงเปอรานากัน จนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว กลายเป็นอัตลักษณ์ของเมืองภูเก็ต กระทั่งได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหารจากยูเนสโกในปี 2558 เทียบเคียงกับเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารระดับโลกอย่างภาคภูมิ ไม่ว่าจะเป็น ปาร์มาและอัลบาในอิตาลี เฉิงตูและมาเก๊าของจีน ปานามาซิตี้ในปานามา ไฮเดอราบัดของอินเดีย ซานอันโตนิโอของสหรัฐอเมริกา ฯลฯ
อาหารการกินของภูเก็ตนั้นผูกพันกับวัฒนธรรม ประเพณี และเทศกาลต่าง ๆ นอกจากอาหารที่รับประทานประจำวันอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของภูเก็ตที่มีมาตั้งแต่ยุคบรรพชน จะได้รับการถ่ายทอด ส่งต่อ และสืบสานจากรุ่นสู่รุ่นนับร้อยปี เช่น
หมี่ผัดฮกเกี้ยน
(บะหมี่เหลืองเส้นขนาดใหญ่คล้ายเส้นโซบะของญี่ปุ่น)
หมูฮ้อง
(หมูสามชั้นต้มซีอิ๊วจนเปื่อยและนุ่ม)
โอวต้าว
(ลักษณะคล้ายหอยทอด แตกต่างตรงเนื้อแป้งที่เหนียวและนุ่มกว่า)
โลบะ
(หมูต้มด้วยเครื่องพะโล้ ลวกด้วยน้ำผสมซีอิ๊ว แล้วนำไปทอดให้กรอบนอก นุ่มใน กินกับน้ำจิ้มรสหวานอมเปรี้ยว)
เกี้ยนทอด
(ไส้กรอกสไตล์ภูเก็ตที่ปรุงจากหมูสับกับไส้อื่น ๆ เช่น กุ้ง ปู มันแกว แล้วห่อด้วยฟองเต้าหู้ นำไปนึ่งให้สุกแล้วชุบแป้งทอด คล้ายหอยจ๊อ)
โอ้เอ๋ว
(เมนูของหวานท้องถิ่นจากเมล็ดโอ้เอ๋ว ลักษณะเป็นวุ้นไม่มีสี ไม่มีรส นำมาใส่กับถั่วแดง เฉาก๊วย น้ำเชื่อมและน้ำแข็งไส)
ป่าวหล้าง
(ข้าวเหนียวปิ้งสไตล์เปอรานากันภูเก็ต)
โก้ยตาล้าม
(ลักษณะคล้ายตะโก้ใบเตย)
ฯลฯ ก็ยังมีอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ประจำเทศกาลต่าง ๆ เช่น อังกู๊ หรือ ขนมเต่า ขนมมงคลใช้ประกอบพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษของคนภูเก็ตเชื้อสายจีน และงานแต่งงานของชาวเปอรานากันในภูเก็ต (แต่สามารถหารับประทานได้ในชีวิตประจำวัน) สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้ภูเก็ตมีเสน่ห์ทางด้านวัฒนธรรมอาหาร และสร้างความเป็น “แบรนด์ภูเก็ต” จนถึงทุกวันนี้










ความคิดเห็น